นักเรียนโรงเรียนบ้านโนนกุ่มมิตรภาพที่ 210 เข้าร่วมกิจกรรมช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านคนพิการในหมู่บ้านโคกมูลตุ่น ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิัว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อ 31 มกราคม 2555

กิจกรรมในโครงการจิตอาสาพัฒนาชีวิต ปี 2554

นักเรียนในโครงการจิตอาสาพัฒนาชีวิต โรงเรียนบ้านโนนกุ่มมิตรภาพที่ 210 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมอาสา โดยนักเรียนทุกคนมีความตระหนักและเห็นประโยชน์ของการมีจิตอาสา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือ และร่วมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยความเต็มใจ

ภาพกิจกรรมโครงการอาสาพัฒนาชีวิต

โรงเรียนบ้านโนนกุ่มมิตรภาพที่ 210 โดย นางเรวดี  เชยบุรี รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนกุ่มมิตรภาพที่ 210 ฝ่ายวิชาการ   นายพินิตย์  บรรจงรอด รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนกุ่มมิตรภาพที่ 210 ฝ่ายบริหารงานทั่วไป นางดวงจิตร   อุทาน หัวหน้างานแนะแนวโรงเรียนบ้านโนนกุ่มมิตรภาพที่ 210 และนักเรียนในโครงการจิตอาสาพัฒนาชีวิต ร่วมกิจกรรมแนะแนวสัญจรเพื่อให้ความรู้ด้านการศึกษาต่อ โลกกว้างทางการศึกษา  ให้ความรู้ และแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนที่จะจบการศึกษาในระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6) โดยให้บริการโรงเรียนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงเรียนบ้านโนนกุ่มมิตรภาพที่ 210 กิจกรรมได้แก่ ให้ความรู้และบริการรับสมัครนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนที่ให้บริการได้แก่ โรงเรียนไทยวัฒนาประชารัฐ  โรงเรียนสันติพัฒนา  โรงเรียนบ้านกุดชะนวน โรงเรียนบ้านคลองตะแบก โรงเรียนบ้านหนองขาม โรงเรียนบ้านใหม่สันติ โรงเรียนบ้านโคกสว่าง โรงเรียนบ้านทุ่งสะแบง และโรงเรียนบ้านใหม่ประชาอุปถัมถ์ ในระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2555

This slideshow requires JavaScript.

This slideshow requires JavaScript.

การแก้ไขโครงสร้างเวลาเรียนและเกณฑ์การจบการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

แก้ไขโครงสร้างเวลาเรียนและเกณฑ์การจบการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

สภาพและปัญหาของการดำเนินงานแนะแนวในปัจจุบัน

          จากภาระงานและบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบของครูแนะแนว จะพบว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สถานศึกษาต้องมีครูแนะแนวที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางในการบริหารจัดการและดำเนินงานแนะแนวให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ทั้งนี้ จากการศึกษาผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการแนะแนวได้ข้อค้นพบเกี่ยวกับสภาพและปัญหาของการดำเนินงานแนะแนวในด้านต่าง ๆ พอสรุปได้ดังนี้

1. การบริหารงานแนะแนว พบว่า ครูแนะแนวมีภาระงานมาก และต้องรับผิดชอบหน้าที่อื่น ๆ นอกเหนือจากงานแนะแนว  ปัญหาเกี่ยวกับศักยภาพของบุคลากรแนะแนวในการให้ความช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ครุภัณฑ์ไม่เพียงพอ ขาดบุคลากรแนะแนว ปัญหาด้านงบประมาณในการจัดกิจกรรมหรือโครงการพิเศษต่าง ๆ ความเหมาะสมของห้องแนะแนว โรงเรียนส่วนใหญ่เน้นการจัดบริการแนะแนวด้านบริการให้คำปรึกษาและด้านบริการศึกษาและรวบรวมข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล มีโรงเรียนส่่วนน้อยที่จัดบริการครบทั้ง 5 ด้าน ซึ่งจะเน้นจัดบริการแนะแนวด้านการศึกษา ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญกับงานแนะแนวเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังพบปัญหาการขาดความชัดเจนในการจัดทำแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการแนะแนว บุคลากรแนะแนวขาดการพัฒนาการปฏิบัติงานแนะแนวอย่างมีประสิทธิภาพ

2. คุณสมบัติของครูแนะแนว พบว่า ครูแนะแนวส่วนใหญ่ไม่ได้จบการศึกษาด้านการแนะแนว ครูแนะแนวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ครูแนะแนวส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาประดับปริญญาตรี คุณลักษณะของครูแนะแนวตามความคาดหวังของนักเรียนอยู่ในระดับสูงทั้ง 7 ด้าน คือ ด้านบุคลิกลักษณะ มนุษยสัมพันธ์ ความเป็นผู้นำ ทักษะในการแนะแนว คุณธรรมและความประพฤติ ความรู้เกี่ยวกับการสอนและการแนะแนว และประสบการณ์ในการสอนและการดำเนินชีวิต ครูแนะแนวส่วนใหญ่อุทิศตนให้แก่งาน และครูแนะแนวมีเจตคติในการปฏิบัติหน้าที่เป็นครูแนะแนวในระดับดี

3. การจัดกิจกรรมแนะแนว พบว่า ครูผู้ได้รับมอบหมายให้จัดกิจกรรมแนะแนวยังขาดความรู้ความเข้าใจขอบข่ายเนื้อหาสาระในการจัดกิจกรรมแนะแนว จัดกิจกรรมแนะแนวโดยไม่ได้เขียนแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว การวัดประเมินผลนักเรียนไม่ชัดเจน การจัดกิจกรรมแนะแนวไม่สนองจุดมุ่งหมายของหลักสูตรสถานศึกษา ขาดความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถประสบการณ์ในการเตรียมการสอน การเตรียมแหล่งเรียนรู้ สื่ออุปกรณ์ การจัดกิจกรรมแนะแนวให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ดานการศึกษา การงานอาชีพ และด้านชีวิตและสังคม การจัดการเรียนการสอนยังยึดครูเป็นศูนย์กลาง ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมแนะแนว ขาดประสบการณ์ในการเขียนแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว และขาดประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมแนะแนว

4. บริการศึกษารวบรวมข้อมูล พบว่า ครูแนะแนวขาดความรู้และทักษะในการใช้เครื่องมือมาตรฐานในการศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล การออกเยี่ยมบ้านนักเรียน นักศึกษา ขาดความร่วมมือจากครูอาจารย์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนนักศึกษา แหล่งบริการให้ยืมแบบสอบถามที่จะนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลในรูประเบียนสะสมข้อมูลยังไม่เป็นปัจจุบัน และครูแนะแนวมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องมือในการสอบวัดมากที่สุดโดยมีสาเหตุมาจากขาดงบประมาณในการจัดซื้อ จัดทำ

5. บริการสนเทศ พบว่า ครูแนะแนวมีปัญหาเกี่ยวกับการสรรหาและการติดต่อวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ ที่นักเรียนนักศึกษาสนใจ และการนำโสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ มาใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจ การประชาสัมพันธ์งานแนะแนวไปสู่ชุมชน ขาดงบประมาณในการเสนอข้อสนเทศ ความร่วมมือจากคณะครูและเวลาในการจัดบริการสนเทศ สารสนเทศงานแนะแนวยังขาดความถูกต้องไม่เป็นปัจจุบัน การจัดเก็บไม่เป็นระบบ ตลอดจนครูแนะแนวยังขาดความรู้ ความเข้าใจ การให้ความสำคัญกับระบบสารสนเทศ ข้อมูลที่มีไม่ได้บันทึกข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เพราะครูขาดความชำนาญในการใช้สื่อเทคโนโลยี

6. บริการให้การปรึกษา พบว่า ครูแนะแนวมีปัญหาในการจัดตารางเวลาในการให้คำปรึกษา การส่งต่อนักเรียนนักศึกษาที่มีปัญหาไปรับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการใช้แบบทดสอบมาตรฐานบางชนิดมาทดสอบนักเรียนนักศึกษาเพื่อการวินิจฉัยปัญหา ปัญหาเกี่ยวกับห้องให้คำปรึกษา นักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการเรียนและปัญหาครอบครัวแต่ไม่กล้าที่จะปรึกษากับครูประจำชั้น ขาดการสนับสนุนและความสนใจจากผู้บริหารในการจัดบริการให้คำปรึกษา นักเรียนไม่สนใจและไม่เห็นความสำคัญของการรับบริการคำปรึกษา ไม่มีสถานที่และกำหนดเวลาในการให้คำปรึกษาเป็นการเฉพาะ และยังพบว่า ครูแนะแนวมีปัญหาด้านคุณลักษณะผู้ให้การปรึกษา (1) ครูแนะแนวมีภาระงานที่รับผิดชอบมาก ทำให้เวลาในการพัฒนาความรู้มีน้อย (2) คุณวุฒิของครูที่จบการศึกษาไม่เฉพาะทาง ทำให้ขาดทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลจากนักเรียน ขาดการปฏิบัติในวิเคราะห์ข้อมูล และ (3) ข้อจำกัดส่วนตัว ได้แก่ อายุของครูแนะแนว ด้านการวางแผนงานให้การปรึกษา (1) ขาดผู้รับผิดชอบในการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ขาดแหล่งข้อมูลในการติดต่อประสานงาน (2) ครูแนะแนวมีภาระงานมาก ทำให้ไม่มีเวลาในการวางแผนงานร่วมกับครูแนะแนวในการพัฒนาการให้การปรึกษา และ (3) ขาดงบประมาณในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ ทำให้ไม่มีเครื่องมือในการวิเคราะห์ผู้เรียน ไม่มีการจัดแต่งห้องให้การปรึกษา ด้านการปฏิบัติให้การปรึกษา (1) การไม่สำเร็จการศึกษาสาขาการแนะแนวหรือจิตวิทยาการให้การปรึกษาโดยตรง ทำให้ขาดความรู้ ขาดทักษะในการปฏิบัติงาน (2) ภาระงานมีจำนวนมาก และ (3) การปฏิบัติงานให้การปรึกษาไม่มีระบบทำให้ขาดกระบวนการปฏิบัติงานในรูปแบบ PDCA

7. บริการจัดวางตัวบุคคล พบว่า ครูแนะแนวประสบปัญหาด้านบริการจัดหางาน (บริการจัดวางตัวบุคคล) ในระดับน้อย แต่ผลจากการศึกษาวิจัยบางชิ้นพบว่า ครูแนะแนวมีปัญหาในการจัดหางานให้นักเรียนทำในช่วงเวลาว่าง เนื่องจากนักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นักเรียนส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องทุนการศึกษาและประสบปัญหาในการเรียนซ่อมเสริม ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการจัดวางตัวบุคคล เช่น แบบสอบถามความสนใจ แบบสอบถามความถนัด ตลอดจนการติดต่อประสานงานหาแหล่งทุนให้นักเรียน

8. บริการติดตามผล พบว่า ครูแนะแนวมีปัญหาเกี่ยวกับการสำรวจปัญหาการว่างงานของศิษย์เก่า การติดตามและประเมินผลนักเรียนนักศึกษาที่ลาออกจากการศึกษาระหว่างปีการศึกษา การให้และส่งข้อมูลกลับคืนตามวันและเวลาที่กำหนด และการวิจัยโน้มความต้องการทำงานของผู้สำเร็จการศึกษา การจัดทำรายการประเมินผลการจัดบริการแนะแนวในปีการศึกษาที่ผ่านมาโดยมีสาเหตุมาจากการขาดวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำ การติดตามผลการศึกษาต่อของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การติดตามผลนักเรียนที่ขาดเรียนบ่อย ตลอดจนไม่มีเครื่องมือในการติดตามประเมินผลตอนสิ้นปีการศึกษา

ที่มา : เอกสารชุดฝึกอบรมแนะแนว โครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์เครื่องข่ายทั่วประเทศ (พฤษภาคม 2553)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง  : index.php?q=thaied_results&-table=thaied_results&-action=browse&-cursor=287&-skip=270&-limit=30&-mode=list&-sort=id+asc&-recordid=thaied_results%3Fid%3D289

การจัดกิจกรรมแนะแนวในสถานศึกษา

ารประกาศ ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551  “กิจกรรมแนะแนว” ได้ถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งทุกสถานศึกษาจะต้องจัดให้แก่ผู้เรียน (บุญประสิทธิ์  กนกสิงห์, 2529; จุรี  วาทิกทินกร, 2534; สมพิศ  แดงวัง, 2537; นงลักษณ์  ประเสริฐ และจรินทร  วินทะไชย์, 2548; นิรันดร์  จุลทรัพย์, 2551; กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)
ลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้ “กิจกรรมแนะแนว” เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิต ทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วม พัฒนาผู้เรียน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 20) ทั้งนี้ การแนะแนวมีลักษณะงานที่ครอบคลุมทั้งการจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการทางจิตวิทยา ให้แก่ผู้เรียนทั้งเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม การจัดบริการแนะแนว ทั้ง 5 บริการ ประกอบด้วย บริการศึกษารวบรวมข้อมูล (Individual Inventory Service) บริการสารสนเทศ (Information Service) บริการให้การปรึกษา (Counseling Service) บริการจัดวางตัวบุคคล (Placement Service) และบริการติดตามผล (Follow-up Service) ตลอดจนการบูรณาการแนะแนวในการเรียนการสอน โดยมีขอบข่ายการแนะแนวทั้ง 3 ด้าน คือ การแนะแนวการศึกษา (Educational Guidance) การแนะแนวอาชีพ (Vocational Guidance) การแนะแนวส่วนตัวและสังคม (Personal and Social Guidance)
ในการ ดำเนินการแนะแนวดังกล่าวข้างต้น ครูแนะแนวจะต้องมีบทบาทหน้าที่เป็นทั้งที่ปรึกษา (Supervisor) ในการให้ความรู้และคำแนะนำด้านจิตวิทยาการแนะแนวแก่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องทุกคน เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ตลอดจนการดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจ และสามารถพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ เป็นผู้ให้การปรึกษา (Counselor) แก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง และผู้มาขอรับบริการทั่วไป ทำการศึกษารายกรณี (Case Study) ตลอดจนการประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษาในการดูแลช่วยเหลือ